โรงพยาบาลครบุรี

เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลครบุรี

โรคพิษสุนัขบ้า

25 กุมภาพันธ์ 2569 23 ครั้ง
โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือโรคกลัวน้ำ เป็นเชื้อไวรัสร้ายแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาท ติดต่อสู่คนผ่านการถูกสัตว์เลือดอุ่น เช่น สุนัข แมว กัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล มีอันตรายถึงชีวิตสูงเกือบ 100% หากเกิดอาการแล้วจะไม่มีทางรักษา แต่สามารถ ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ทันทีหลังถูกสัตว์กัด 

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในคน

ระยะฟักตัวของเชื้ออาจยาวนานตั้งเเต่ไม่กี่วันจนถึงหลายเดือน โดยมีอาการหลัก 3 ระยะ คือ: 

  1. ระยะอาการนำ (Prodromal Phase): ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เจ็บคอ เบื่ออาหาร และมีอาการเฉพาะเจาะจงคือ คัน แสบร้อน หรือปวดแปล๊บๆ บริเวณที่ถูกกัด
  2. ระยะอาการทางระบบประสาท (Acute Neurologic Phase): มีอาการคุ้มคลั่ง กระสับกระส่าย กลัวน้ำ (หิวน้ำแต่กลืนไม่ได้เพราะกล้ามเนื้อคอกระตุก) กลัวลม ไม่ชอบแสงหรือเสียงดัง
  3. ระยะสุดท้าย: หมดสติ อัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด 

     

การดูแลตนเองเมื่อถูกสัตว์กัด/ข่วน

  1. รีบล้างแผลทันที: ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ลึกถึงข้างใน ล้างเบาๆ อย่างน้อย 10-15 นาที เพื่อลดจำนวนเชื้อไวรัส
  2. ใส่ยาฆ่าเชื้อ: เช่น เบตาดีน เพื่อทำลายเชื้อไวรัสบริเวณแผล
  3. พบแพทย์ทันที: เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และวัคซีนบาดทะยัก รวมถึงพิจารณาการฉีดอิมมูโนโกลบุลิน (Immune Globulin) สำหรับแผลที่มีความเสี่ยงสูง
  4. กักสัตว์: กักสุนัขหรือแมวที่กัดไว้ดูอาการ 10 วัน และสังเกตพฤติกรรม 

     

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • พาสัตว์เลี้ยงฉีดวัคซีน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มแรกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ และกระตุ้นซ้ำทุกปี
  • หลีกเลี่ยงสัตว์เสี่ยง: ไม่เข้าใกล้หรือรังแกสัตว์ที่ไม่รู้จัก/ไม่มีเจ้าของ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันในคน: สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สัตวแพทย์ หรือคนที่ต้องสัมผัสสัตว์เป็นประจำ 

     

หากถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด หรือข่วน ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการฉีดวัคซีนทันที ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด